แต่เมื่อมองไปที่ตัวเป็นๆ จะเห็นว่ามันมีรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างไปอย่างเห็นได้ชัด ชนิดที่ว่าถ้าไม่ดูเรื่องอื่นเลย ยังไงก็ต้องเลือกคว้า D300s ออกมาจากร้านแน่ๆ
ครั้นเมื่อพิจารณาลงไปที่ความสด ความไฮเทค ปรากฏว่า D7000 แซงหน้าไปในหลายเรื่องชนิดเห็นๆ ซึ่งก็เป็นธรรมดาของเทคโนโลยีก่อน-หลังในตลาดสินค้าแนวนี้ซึ่งมีแค่ไม่กี่คนที่ทำใจได้
สองเรื่องนี่แหละที่ทำเอาว่าที่แฟนคลับและแฟนคลับของครอบครัวนิคอนหลายคนคิดไม่ตก จะเลือก D300s ก็เสียดายความสดใหม่ทันสมัยของ D7000 ครั้นจะเลือก D7000 ก็เสียดายความทรหดและหล่อเหลาของ D300s เหลือเกิน
…นี่ล่ะ “รักพี่เสียดายน้อง” ของจริง
กลายเป็นมวยในค่ายคู่สำคัญไปเสียแล้ว สำหรับกล้องกึ่ง “ไฮเอนด์” ทั้งคู่ที่หลายๆ ปัจจัยทำเอาต้องนอนคิดไปสามสิบแปดตลบ สุดท้ายก็ยังหาคำตอบฟันธงฟันต้นไม้ไม่ได้อยู่ดี
ถ้าดูจากรูปโฉมภายนอก ยังไงๆ D300s ก็ชนะหลุดลอยอยู่วันยังค่ำ ด้วยสไตล์การออกแบบทั้งด้านหน้าและด้านหลังซึ่งละม้ายไปทาง D3 และ D700 ปุ่มปรับควบคุมต่างๆให้ความรู้สึกไม่หนีจากกล้องรุ่นใหญ่ทั้งหลาย ความปึ๊กกระชับมือเป็นสิ่งที่กินขาด ตัวถังเป็นวัสดุ Magnesium Alloy
เช่นเดียวกับกล้องรุ่นโปร มันคิดหนักตรงที่ว่า D7000 เองก็ใช้วัสดุแบบเดียวกันนี่แหละ แต่หน้าตาละม้ายไปทาง D90 มากกว่า
พอมองไปทางด้านของคุณสมบัติภายในแล้วก็ต้องรีบกลับลำอย่างกระทันหัน D7000 อาศัยความใหม่สดทำคะแนนตีตื้นขึ้นมา นำหน้าด้วยความละเอียดของเซนเซอร์รับภาพที่มากกว่า D300s อยู่ราวๆ สี่ล้านพิกเซล (12.3MP สำหรับ D300s และ 16.2 MP สำหรับ D7000 ที่ความละเอียดซึ่งใช้ได้จริง) ซึ่งถ้าเราใช้งานไม่ถึงก็คงจะไม่ใช่สาระสำคัญอะไรนัก ถ่ายภาพมาอัด 4X5 เฉยๆ อันนี้ก็ตัดออกไปได้ แต่ถ้าพวกระดับมืออาชีพหรือนำภาพถ่ายไปใช้กับงานสิ่งพิมพ์ที่ต้องขยายใหญ่แล้วล่ะก็ อันนี้ได้เปรียบกว่าเห็นๆ เพราะอย่างน้อยก็ยังมีโอกาสในการครอปภาพจัดองค์ประกอบใหม่อีกรอบได้ดีกว่า ประเด็นสำคัญก็คือเซนเซอร์รับภาพตัวใหม่กว่าของ D7000 จะทำผลงานออกมาได้ดีกว่าในระดับไหน?
อีกอย่างที่กำลังอินเทรนด์ของวงการ DSLR ก็คือเรื่องการบันทึกภาพวีดีโอ ซึ่ง D7000 สามารถบันทึกภาพวีดีโอระดับ HD ได้ถึงขนาด 1080p (1920x1080px) แต่ D300s จะได้แค่ขนาด 720p (1280x720 px) จุดนี้ก็เป็นอีกจุดที่ต่างกันพอสมควร
มาดูที่การใช้งานกันบ้าง กล้องรุ่นน้องๆ โปรอย่าง D300s มีหรือจะยอม มันยังคงศักดิ์ศรีของโปรเอาไว้
ด้วยเซนเซอร์ออโตโฟกัสมากถึง 51 จุด เป็นชนิด Cross Type ถึง 15 จุด (เป็นคุณสมบัติที่คู่แข่งต้องหนาวกันเป็นแถวๆ) ในขณะที่ D7000 มีอยู่ 39 จุด เป็นชนิด Cross Type 9 จุด ในเรื่องนี้ถ้าถ่ายภาพวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหวโดยการจับโฟกัสตามไปเรื่อยๆ ยังไงๆ D300s ก็กินขาด บวกกับอัตราความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องที่เร็วถึง 8 ภาพต่อวินาทีของ D300s (ใส่แบตเตอรี่กริป) ในขณะที่ D7000 ทำได้ 6 ภาพต่อวินาที ข้อนี้คนถ่ายภาพภาคสนามบ่อยๆ คงตัดสินใจได้
แต่ถ้าแพ้กันซะขนาดนั้น D7000 คงไม่ใช่คู่มวยที่ต้องคิดหนัก มันปล่อยหมัดสวิงออกตอบโต้ด้วยค่า ISO ตั้งแต่ 100 - 25600 ในขณะที่ D300s มีถึงแค่ 6400 เท่านั้นเอง
ยัง…ยังไม่พอ ระบบวัดแสงของ D7000 เป็นชนิด TTL แบบใหม่ที่มีความละเอียดถึง 2016px ในขณะที่ D300s มีน้อยกว่าหนึ่งเท่าตัวคือ 1005px
จุดที่ต่างกันอีกอย่างหนึ่งก็คือ D7000 ใช้การ์ดหน่วยความจำแบบ SD โดยมีช่องให้ใส่แบบคู่ซึ่งสามารถกำหนดวิธีการบันทึกข้อมูลได้หลายแบบ ส่วน D300s นั้นเป็นแบบ CF และ SD อย่างละช่อง สั่งการได้หลายแบบเหมือนกัน
สุดท้ายแล้วก็หันกลับมาปล่อยหมัดตรงใส่คนดูด้วยช่องมองภาพ 100% เหมือนกันทั้งคู่จนคนดูงงเป็นไก่ตาแตก ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะอย่างไรกันดี? พี่หรือน้อง? น้องหรือพี่?...